วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

วันเด็กแห่งชาติ


คำขวัญวันเด็กปี 2554

"รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" คำขวัญวันเด็กในปีนี้จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย ซึ่งท่านนายกฯ ได้ให้คำตอบเกี่ยวกับแนวคิดของคำขวัญนี้ว่า

รอบคอบ - เนื่องมาจากปัจจุบัน มีทางเลือกที่จะรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อใหม่ต่าง ๆ มากมาย ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์เห็นว่า เยาวชนไทยต้องรู้รอบด้าน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนอาจทำสิ่งที่เกิดปัญหาแก่ตนเองและสังคมได้ในอนาคต

รู้คิด - เมื่อเยาวชนไทยเรียนรู้รอบด้านแล้ว ต้องรู้จักคิดใช้ชีวิตอย่างมีสติไม่ประมาท ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ จึงอยากให้น้อง ๆ เด็ก ๆ รู้จักคิดให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นด้วย

จิตสาธารณะ - สังคมต้องพึ่งพิงกัน เห็นได้ในยามมีภัยคนไทยเราช่วยกัน การปลูกฝังจิตสำนึกเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งในสังคม โดยต้องเริ่มที่เด็ก ๆ เยาวชนไทย


ประวัติความเป็นมาของวันเด็กแห่งชาติ

วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ

อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้

ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

นักล่าเกลียวเชือกหอยสายพันธุ์ใหม่


นักชีววิทยาค้นพบ "หอยนักล่าเกลียวเชือก" วงศ์ใหม่ของโลกในประเทศไทย ชอบอยู่ในที่อับชื้น ล่าหอยด้วยกัน และไข่แมลงต่างๆเป็นอาหาร เผยเป็นหอยที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ เพราะช่วยควบคุมประชากรแมลง พบมากในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

นายสมศักดิ์ ปัญหา ภาคชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ค้นพบหอยนักล่าเกลียวเชือก กล่าวว่า หอยนักล่าเกลียวเชือกถือเป็นไฮไลต์ของงานนี้ เนื่องจากเป็นการค้นพบหอยวงศ์ใหม่ของโลก ซึ่งมีรูปร่างต่างจากหอยทั่วไป โดยมีเปลือกรูปทรงกระบอกเรียว มีสีขาวเวียนขวา ปลายยอดมนทู่ สูงประมาณ 4-5 มิลลิเมตร มี 8-9 ชั้น พบมากตามพื้นที่ที่ชื้น มีเศษซากใบไม้ทับถมเน่าเปื่อย โดยเฉพาะในแนวเขาหินปูน มักหลบซ่อนอยู่ใต้ซากใบไม้ในตอนกลางวันและออกหากินหลังฝนตก ขณะที่มีอากาศชื้นและตอนกลางคืน โดยจะล่าหอยชนิดอื่นที่มีขนาดเล็กและไข่แมลงต่างๆ เป็นอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในพื้นที่ ในด้านการควบคุมประชากรแมลงไม่ให้มีมากจนเกินไป ทั้งนี้ หอยในสกุลนี้ส่วนใหญ่พบในประเทศฟิลิปปินส์ ประมาณ 40 ชนิด ในประเทศอื่นๆแถบอินโดจีนพบ 5 ชนิด สำหรับหอยเกลียวเชือก นักล่าชนิดนี้พบเฉพาะในภาคตะวันออกของไทยในเขต อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี อ.เขาชะเมา จ.ระยอง และ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

1 ธันวาคม วันเอดส์โลก



ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2532 ถือว่าเป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์หลายรูปแบบพร้อมกันทั่วโลก

โดยตั้งความหวังไว้ว่า
1.จะพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์
2.ให้ความเห็นใจ ห่วงใย ต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
3.ให้ทุก ๆ คนได้รู้เรื่องโรคเอดส์

โบว์แดงเป็นสัญลักษณ์นานาชาติเพื่อระลึกและตระหนักถึงโรคเอชไอวี/เอดส์ เครื่องหมายนี้มีความหมายถึง

ความห่วงใย และใส่ใจ
ประชากรเป็นจำนวนมากทั่วโลกสวมใส่สัญลักษณ์โบว์แดงเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาห่วงใยและใส่ใจในเรื่องโรคเอชไอวี/เอดส์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี, กลุ่มผู้เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากเอชไอวี/เอดส์ และกลุ่มผู้ให้การดูแลรักษาผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้

ความหวัง
โบว์แดงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ซึ่งได้แก่ความหวังในการหาวัคซีนเพื่อรักษาโรคนี้ และเพื่อให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ความช่วยเหลือและสนับสนุน
โบว์แดงเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์, สนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้ โบว์แดงยังแสดงถึงความพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาวิธีรักษาและวัคซีน และให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ที่สูญเสียเพื่อน, สมาชิกครอบครัว หรือบุคคลที่รักไปจากโรคนี้

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ช็อกโกแลต...ทำให้เกิด"สิว" จริงหรือ?


เนื่องจากมักมีการปรุงรสช็อกโกแลตให้หวานและมันด้วยน้ำตาล นม และผลิตภัณฑ์จากนม การกินช็อกโกแลตมากๆ จึงอาจทำให้สิวเห่อได้จริง ส่วนขนมเค้กที่มักมีรสหวานและมีส่วนผสมของน้ำตาล แป้ง นม และผลิตภัณฑ์จากนม ก็ทำให้สิวเห่อได้ นอก จากนั้นยังต้องระวังว่าการกินอาหารหวานๆ และขนมหวานมากเกินไป ล้วนก่อให้เกิดโรคอ้วนซึ่งทำให้เกิดโรคผิวหนังจากความอ้วนตามมาหลายอย่าง - คนอ้วนอาจเป็นโรคสะเก็ดเงิน เห็นเป็นผื่นแดงนูนมีสะเก็ดสีเงิน มักเป็นตามข้อศอก หัวเข่า แนวไรผม - ผิวเป็นผื่นดำ ที่ต้นคอ รักแร้ และใต้ราวนม - มีติ่งเนื้อ พบบ่อยที่คอ รักแร้ การเกิดติ่งเนื้อนี้สัมพันธ์กับโรคเบาหวานและโรคอ้วน - โรคเชื้อราที่ซอกพับ (เช่น ขาหนีบ) ที่ชาวบ้านเรียกว่าสังคัง เห็นเป็นผื่นแดง คัน มีขุยและมีขอบนูน - ติดเชื้อยีสต์ (เช่น ที่ขาหนีบและใต้ราวนม) เห็นเป็นผื่นแดง มักมีจุดเล็กๆ กระจายอยู่รอบผื่น - ติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น ที่ขาหนีบ รักแร้) โดยเห็นเป็นผื่นแดง บาง โรคมีผลเสียในด้านความงามคือ ผิวแตกลาย มักพบที่ท้อง สะโพก ต้นแขนและต้นขา พบว่าคนอ้วนอาจมี ขนดก ตุ่มขนคุด ที่ตามต้นแขนต้น

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อาหารคลายความเครียด


ในสภาวะปัจจุบันสิ่งที่รุมล้อมรอบตัวเรา มีแต่จะทำให้เราเกิดความเครียดสูงทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็น ปัญหารถติด ปัญหาเรื่องงาน เรื่องการเรียน เรื่องบ้านเมือง หรือแม้กระทั่งเรื่องความรัก

โดยความเครียดจากสิ่งรอบตัวเหล่านี้ จะนำพามาซึ่งภาวะต่างๆ มากมายที่ทำลายสุขภาพของเรา
เช่น กรดไหลย้อน ปวดหัวเรื้อรัง หรือสิ่งที่รบกวนใจเหล่าสาวๆ ประเภทริ้วรอยต่างๆ

ปัญหาเรื่องความเครียดเราต้องค่อยๆ แก้ทีละอย่าง หนึ่งในทางแก้เหล่านั้น ก็คือ "การรับประทานอาหาร" โดยที่จะแนะนำเกี่ยวกับ...อาหารคลายความเครียด ได้แก่ "ช็อคโกแลต น้ำมะตูม กล้วย และนมสด"
ซึ่งอาหารเหล่านี้สามารถกระตุ้นการสร้าง Serotonin โดยคุณสมบัติก็คือ ทำให้เรา ใจเย็น จิตใจเบิกบาน และคลายความเครียดได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้หลับสบายอีกด้วย

วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รู้จักภัยน้ำท่วม และวิธีการรับมือน้ำท่วม



เมื่อ ย่างเข้าสู่ปลายเดือนพฤษภาคม สายน้ำแห่งความชุ่มฉ่ำ จะค่อย ๆ ไหลรินลงมาจากก้อนเมฆบนท้องฟ้า นั่นหมายความว่า กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งสายฝนจะตกโปรยปรายลงมาให้ชุ่มฉ่ำ พืชผลทางการเกษตร ดอกไม้ ใบหญ้า จะได้สัมผัสกับน้ำฝนอย่างเต็มที่ เหล่าพายุต่าง ๆ แห่แหนพัดผ่านอยู่เนือง ๆ จนกว่าจะหมดฤดูในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งก่อนที่น้ำฝนจะเทลงมาในฤดูฝนนั้น เกษตรกรในแถบที่ราบสูงของไทย ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งแสนสาหัส ถึงขนาดที่ต้องพึ่งพาโครงการฝนหลวง เพื่อให้ผลผลิตการเกษตรยังคงออกดอกออกผลอยู่ได้ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ ความดีใจของเกษตรกรกลับเปลี่ยนแปลงเป็นความทุกข์ใจอีกครั้ง เพราะฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ได้เปลี่ยนให้แผ่นดินที่แห้งแล้ง ต้องเผชิญกับน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมสูงจนทะลักเข้าสู่ที่พักอาศัย

อุทกภัย หรือ ที่เราเรียกติดปากว่า น้ำท่วม คือ มหันตภัยร้ายที่เกิดขึ้นโดยเงื้อมมือของธรรมชาติ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยน้ำท่วมออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1. น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันเนื่อง จากฝนที่ตกติดต่อกันหลายชั่วโมง จนผืนดินไม่สามารถดูดซับน้ำได้ทัน น้ำฝนที่เทลงมาจึงไหลลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดขึ้นในที่ราบสูง และไหลลงสู่พื้นที่ต่ำกว่า จนทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และทรัพย์สินเสียหาย

2. น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง เพราะ ฝนที่ตกอย่างหนักทำให้พื้นที่ที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ อีกทั้งน้ำในแม่น้ำลำคลองยังมีปริมาณมากจนล้นตลิ่ง และอาจทะลักเข้าถึงบ้านเรือนได้

ในประเทศไทย เคยเกิดเหตุน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ และภาคอีสาน ไม่เว้นแม้แต่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครเอง ก็เคยประสบภัยน้ำท่วมมาแล้วเช่นกัน

วิธีรับมือน้ำท่วม

1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น

2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม

3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)

4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง

5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน

6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ

7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม

8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด

10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด

11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน

12. ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมและหมายเลขสอบถามข้อมูลน้ำท่วมต่าง ๆ

1. กรมอุตุนิยมวิทยา

- เว็บไซต์ tmd.go.th

- สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา หมายเลขโทรศัพท์ 1182, 02-398-9830

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) หมายเลขโทรศัพท์ 02-383-9003-4, 02-399-4394

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz) หมายเลขโทรศัพท์ 044-255-252

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) หมายเลขโทรศัพท์ 055-284-328-9

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) หมายเลขโทรศัพท์ 038-655-075, 038-655-477

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) หมายเลขโทรศัพท์ 076-216-549

- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) หมายเลขโทรศัพท์ 077-511-421

2. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

- เว็บไซต์ disaster.go.th

- สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784

- ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6 แผนที่ disaster.go.th

- หรือสามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่ง

3. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา

- สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

4. ศูนย์รับบริจาคเงิน-สิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยเนชั่น

- หมายเลขโทรศัพท์ 02-338-3333 และ 02-338-3000 กด 3


5. ครอบครัวข่าวช่อง 3 ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม53

- ชื่อบัญชี "ครอบครัวข่าว ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม53" บัญชีกระแสรายวัน หมายเลข 014-3-003-689 ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 4 อาคารมาลีนนท์

6. สน.ประชาชน ทีวีไทย รับแจ้งข้อมูลน้ำท่วม และร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย

- หมายเลขโทรศัพท์ 02-791-1385-7

7. ศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่โคราช รายการเช้าข่าวข้น+อสมท.

การดูแลสุขภาพ เพื่อรับมือกับหน้าหนาว

1. ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ และไม่ควรใช้ของ ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน เป็นต้น
3. อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัด
4. หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ จาม และไม่คลุกคลี กับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกาย เสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
6. ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิด ประตู แก้วน้ำ เป็นต้น โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยา ล้างมืออื่น ๆ
7. รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมาก ควรสวมหมวกเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย
8. ดูแลเรื่องผิวหนัง โดยการทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศ หนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ